หน้าแรก เทคโนโลยี เปรียบเทียบสเปกของ iPhone 12 Mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12...

เปรียบเทียบสเปกของ iPhone 12 Mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max จะเลือกตัวไหนดี

27
แชร์ข่าวนี้

ในบทความนี้จะเป็นการแยกย่อยสเปกของ iPhone 12 ทั้งหมด 4 รุ่นให้คุณดูแบบเข้าใจง่ายพร้อมกับบทวิเคราะห์ว่า รุ่นไหนจะเหมาะกับใครและความแตกต่างที่เปลี่ยนจาก iPhone 11 นั้นเป็นอย่างไร โดยทีม Sanook Hitech พร้อมแล้วมารับชมกันเลย ณ บัด นี้

ดีไซน์ของ iPhone 12 / 12 Mini

batch_cam-apple_iphone-12_new

เป็นรุ่นเริ่มต้นที่เปิดตัวมาก่อนเลย เห็นครั้งแรกก็คิดถึง iPhone 5 หรือ 5s แต่ขยายส่วนให้เหมาะสมและมาพร้อมกับสีสันที่สวยงามและกระจกด้านหน้าแบบ Ceramic Shield แข็งแรงกว่าเดิม 4 เท่าครับ และความละเอียดหน้าจอถือว่าทำได้ดีมากขึ้น และเป็นแบบ Super Retina XDR ที่ละเอียดขึ้น รองรับ 5G และมีให้เลือกทั้งสีน้ำเงิน, สีเขียว, สีขาว, สีดำ และ แดง Product RED แต่ถ้าเป็น iPhone 12 Mini ง่ายมากครับ ย่อทุกอย่างจาก iPhone 12 ให้เล็กลง

ส่วนรายละเอียดตัวเครื่องมีดังนี้

รายละเอียดสเปกของ iPhone 12

  • ขนาดตัวเครื่อง 146.7 x 71.5 x 7.4  มิลลิเมตร   
  • น้ำหนัก 164 กรัม  
  • หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1170 x 2532 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68  กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A14 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core 
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :64 / 128 / 256GB 
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage   
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14 
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM      
  • ระบบเสียง 
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 2 ตัวด้วยกันประกอบด้วย   
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F1.6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน 
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F2.4 มุมมอง120 องศา 
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : ดำ, ขาว, เขียว, น้ำเงิน และ แดง Product Red
batch_cam-apple_iphone-12_2-u

รายละเอียดสเปกของ iPhone 12 Mini

  • ขนาดตัวเครื่อง 131.5 x 64.2 x 7.4 มิลลิเมตร   
  • น้ำหนัก 135 กรัม  
  • หน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1080 x 2340 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68  กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A14 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core 
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :64 / 128 / 256GB 
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage   
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14 
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM      
  • ระบบเสียง 
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 2 ตัวด้วยกันประกอบด้วย   
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F1.6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน 
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F2.4 มุมมอง120 องศา 
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : ดำ, ขาว, เขียว, น้ำเงิน และ แดง Product Red

จากที่เห็นสเปกขอสรุปได้ดังนี้

  • iPhone 12 Mini คือ iPhone 12 ย่อส่วนนั่นเอง
  • หน้าจอของ iPhone 12 ทั้งคู่จะละเอียดขึ้น
  • 5G มาแล้วนะครับ
  • สีสันของ iPhone ที่สวยงามมากพอสมควร
  • กล้องหลังคู่ เพิ่มเติม รูรับแสงที่เพิ่มขึ้น
  • MagSafe ก็มา
  • ความจำของเครื่องที่ไม่ได้ แตกต่างจากเดิม

ส่วนราคาเริ่มต้นกับ iPhone 12 Mini ที่ 699 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 21,xxx บาท  และ iPhone 12 จะอยู่ที่ 799 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 24,xxx บาท และแยกย่อยจากประมาณการมีดังนี้

  • iPhone 12 Mini 
    • 64GB = 729 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 22,xxx บาท
    • 128GB = 779 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 24,xxx บาท
    • 256GB = 879 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 27,xxx บาท
  • iPhone 12 
    • 64GB = 829 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 25,xxx บาท
    • 128GB = 879 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 27,xxx บาท
    • 256GB = 979 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 30,xxx บาท

iPhone 12 และ iPhone 12 Mini จะเริ่มเปิดจองใน 6 พฤศจิกายน  และ วางจำหน่าย 13 พฤศจิกายน ทั้งนี้สำหรับประเทศไทยต้องรอประกาศอีกครั้ง อันนี้คือราคาที่สำรวจจากทางเว็บไซต์ Apple.com ในประเทศสหรัฐอเมริกา

จากความเห็นของทีม Sanook Hitech กับ iPhone รุ่นนี้ ที่พูดเลยว่า ในความแตกต่างที่แท้จริงจะมีแค่รูปร่างและขนาดเท่านั้น และถ้าจะเลือกแล้วล่ะก็ iPhone 12 คือรุ่นที่เหมาะสมกว่า เพราะสเปกและรายละเอียดต่างๆ แทบจะเหมือนกันหมด เพียงแต่ถ้าใครบอกว่า iPhone 12 มันใหญ่ไปก็เลือก iPhone 12 Mini ได้ทันที

ดีไซน์ของ iPhone 12 Pro / 12 Pro Max

พอเป็น iPhone 12 Pro / 12 Pro Max บ้างก็จะมาเป็นทรงเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์เอามากมายๆ และยังมีขนาดใหญ่กว่า iPhone 11 Pro ทุกมิติเลยครับ นอกจากนี้ขอบเครื่องเป็นแบบปัดเงาอีกด้วย และรายละเอียดของเครื่องทั้งคู่นั้นมีดังนี้

รายละเอียดสเปกของ iPhone 12 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง 146.7 x 71.5 x 7.4มิลลิเมตร   
  • น้ำหนัก 189 กรัม  
  • หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1170 x 2532 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68  กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A14 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core 
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :128 / 256 /512GB 
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage   
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14 
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM      
  • ระบบเสียง 
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 3 ตัวด้วยกันประกอบด้วย   
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F1.6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน 
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F2.4 มุมมอง120 องศา 
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่าแบบ Optical
  • LiDAR Sensor
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : Silver, Graphite (จะออกสีทอง), Gold, Pacific Blue
batch_cam-apple_iphone12pro-b

รายละเอียดสเปกของ iPhone 12 Pro Max

  • ขนาดตัวเครื่อง 160.8 x 78.1 x 7.4 มิลลิเมตร   
  • น้ำหนัก 228 กรัม  
  • หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super Retina XDR (OLED)
  • ความละเอียดหน้าจอ : 1284 x 2778 อัตราส่วน 19.5:9 รองรับการแสดงผล HDR10+ Dolby Vision True-Tone และ Wide Color Gamut
  • กระจกหน้าจอ : Ceramic Shield
  • มาตรฐานการกันน้ำ IP68  กันน้ำได้ลึกสุด 6 เมตร
  • ชิปเซ็ต : Apple A14 Bionic | GPU : เป็นของ Apple เองเป็นแบบ 4 Core 
  • RAM: ไม่ได้ระบุ
  • ความจำในตัว :128 / 256 /512GB 
  • เพิ่มความจำผ่าน iCloud Storage   
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 14 
  • การเชื่อมต่อ WiFi 6 (AX), GPS, 5G, Bluetooth 5.0 NFC และรองรับ Lightning Port
  • รองรับ eSIM และ Nano SIM      
  • ระบบเสียง 
  • ลำโพง Stereo ทั้งด้านบนและล่าง รองรับ Dolby ATMOS
  • กล้องมีหลังประกอบด้วย 3 ตัวด้วยกันประกอบด้วย   
  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F1.6 มาพร้อมกับ LED Flash รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 24/30/60 FPS, Full HD 30/60/120/240, Timelaspe ทั้งกลางวันและกลางคืน 
  • กล้องมุมกว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสง F2.4 มุมมอง120 องศา 
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2.5 เท่าแบบ Optical PDAF พร้อมกับระบบ Sensor Shift
  • LiDAR Sensor
  • กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  
  • แบตเตอรี่ ไม่ได้ระบุความจุ แต่รองรับกำลังชาร์จไฟ (18W) รองรับทั้ง ชาร์จไร้สาย (15W)
  • ระบบความปลอดภัย สแกนหน้าแบบ Face ID
  • สี : Silver, Graphite (จะออกสีทอง), Gold, Pacific Blue

เห็นสเปกทั้งหมดแบบนี้ขอสรุปสั้นๆ ถึงความแตกต่างดังนี้

batch_cam-apple_iphone12pro-s
  • iPhone 12 Pro คือร่างของ iPhone 11 ที่ใหญ่และปรับดีไซน์ให้จอบนั้นไม่โค้งในแล้ว แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ iPhone รุ่นก่อน iPhone 6
  • ชิป Apple A14 ของมันแรงกว่า A13 50%
  • 5G ในเวอร์ชั่นสหรัฐ รองรับ mmWave และ Sub-6 ส่วนเวอร์ชั่นขายทั่วโลกรองรับแค่ Sub-6 เท่านั้น
  • กล้อง iPhone 12 Pro เปลี่ยนเซนเซอร์หลักอย่างเดียว แต่ iPhone 12 Pro Max เปลี่ยนเซนเซอร์การซูมทำให้ซูมไกลขึ่นอีก 0.5 เท่าและมีเทคโนโลยี Sensor Shift จะขยับเซนเซอร์เองเมื่อมีการภาพสั่นไหว ทำให้ภาพนิ่งขึ้น
  • Apple Pro RAW การสร้าง File RAW ใหม่ที่ทำให้สามารถที่จะปรับรายละเอียดภาพมือถือ
  • วิดีโอรองรับ HDR Recording ทำให้ภาพที่ออกมาสว่างและยังแก้ไขได้ การมี 5G ทำให้สามารถส่งวิดีโอออกได้อย่างรวดเร็ว
  • เพิ่ม MagSafe ระบบแม่เหล็กดูดติดกับวัตถุ และออกแบบให้กับทั้งเคส, ที่ชาร์จและคาดว่ากระเป๋าติดกับ iPhone เป็นต้น ทั้งนี้ส่วนนี้ต้องรอดูราคาอุปกรณ์เสริมกันต่อไป

ส่วนราคาของ iPhone 12 Pro / 12 Pro Max มีดังนี้

batch_cam-apple_iphone12pro-i
  • iPhone 12 Pro เริ่มต้น 999 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 31,xxx บาท ถ้าแยกย่อยมีดังนี้
    • 128GB = 999 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 31,xxx บาท
    • 256GB = 1,099 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 34,xxx บาท
    • 512GB = 1,299 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 40,xxx บาท
  • iPhone 12 Pro Max เริ่มต้น 1,099 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 34,xxx บาท และแยกย่อยมีดังนี้
    • 128GB = 1,099 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 34,xxx บาท
    • 256GB = 1,199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 37,xxx บาท
    • 512GB = 1,399 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 43,xxx บาท

เริ่มเปิดจองกันในวันที่ เริ่มเปิดจอง 16 ตุลาคม และวางจำหน่าย 23 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ราคาในประเทศไทยอาจจะมีการเปลี่ยนจากนี้ให้รอติดตามกันต่อไป

ในความเห็นจากทีม Sanook Hitech แล้ว iPhone 12 Pro / 12 Pro Max เป็นมือถือระดับโปรที่ ใครเป็นคนชอบถ่ายภาพ หรือ ถ่ายวิดีโอ ก็ควรจะไปลองสักครั้ง โดยเฉพาะ iPhone 12 Pro Max ที่ครั้งนี้มีลูกเล่นที่มากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้น่าสนใจ แต่ทั้งนี้ราคาของมันนั้นไม่ได้แตกต่างจาก iPhone 11 เดิมสักเท่าไหร่

แต่ถ้าใครบอกว่า 12 Pro Max ใหญ่ไปการเลือก iPhone 12 Pro แทนก็ยังคงเป็นคำตอบที่ดีอยู่ครับเพราะถ่ายทอดลงมาเยอะ แต่สิ่งที่ไม่มีคือ Sensor Shift เท่านั้นเอง อาจจะแก้ปัญหาด้วยการติด Gimbal แทนถ้าอยากจะได้ภาพที่นิ่งนะครับ สุดท้ายติ้งไปคิดดูกันเองว่าจะเอา iPhone รุ่นไหนเพราะปีนี้มาแบบ Top Form และต้องลุ้นราคาเมืองไทยและผู้ให้บริการทั้งหลายด้วยเช่นเดียวกันครับ

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้