หน้าแรก สังคม เหยื่อซื้อแพ็คเกจทัวร์ร้องDSIถูกลอยแพญี่ปุ่น

เหยื่อซื้อแพ็คเกจทัวร์ร้องDSIถูกลอยแพญี่ปุ่น

559
แชร์ข่าวนี้

กลุ่มผู้เสียหายกว่า 80 คน ที่ถูกหลอกขายแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมโรงแรมที่พักราคาถูก ทั้งเส้นทางในยุโรปและเอเชีย ผ่านช่องทาง เฟซบุ๊ก ชื่อ “2gether” และอินสตราแกรม ชื่อ “twogether1” รวมกว่า 514 เคส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 31 ล้านบาท รวมตัวกันมายื่นเอกสารหลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ รวมทั้งหลักฐานเกี่ยวกับผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด เช่น คลิปเสียงระหว่างบิดาเจ้าของเพจกับผู้เสียหาย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงเจ้าของเพจ

โดยนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า รู้จักเพจ 2gether ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนผ่านมาทางโซเชียล ซึ่งเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีรีวิวจากดารา และมีผู้ที่สามารถเดินทางได้จริง จึงได้ตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางไปรวม 5 ทริป 6 ประเทศ รวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท แต่เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีการทักท้วงจากกลุ่มแฟนเพจ ว่าไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศตามที่ได้ซื้อตั๋วหรือแพ็คเกจไว้ได้

ซึ่งทางเจ้าของเพจอ้างว่า ถูกเอเจนซี่โกงทำให้ไม่มีเงินมาชดใช้ความเสียหาย แต่จากการตรวจสอบของกลุ่มผู้เสียหายมพบว่า เจ้าของเพจใช้ชื่อ-นามสกุล จริงของเจ้าของเพจจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมเอง ไม่ได้ผ่านเอเย่นต์ และจากการตรวจเส้นทางการเงินยังพบหลักฐานว่า มีบุคคลในครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาทิ บางครั้งมีการใช้บัญชีรับโอนของน้องชาย หรือพ่อของเจ้าของเพจด้วย ทำให้มั่นใจว่าทั้งครอบครัวมีส่วนรู้เห็นในการหลอกลวงผู้เสียหาย

นางสาวเอ๋ ยังบอกอีกว่า ล่าสุดมีกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยการซื้อตั๋วจากเพจ 2gether จำนวน 2 กลุ่มทัวร์ ถูกลอยแพอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าไม่มีตั๋วกลับและไม่มีที่พัก

สำหรับกรณีดังกล่าว กลุ่มผู้เสียหายเริ่มมีการทักท้วงไปยังเจ้าของเพจ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้เสียหายบางคนไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามที่ได้ซื้อทัวร์ไว้ จนกระทั่งเจ้าของเพจมีการนัดเจรจากับกลุ่มผู้เสียหายบางส่วนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านกล้วยน้ำไท และยินยอมชดใช้เงินบางส่วนให้กับผู้เสียหายที่ไม่ได้เดินทาง รวมยอดเงิน 170,000 บาท

ขณะเดียวกัน ได้มีผู้เสียหายอีกบางส่วนทยอยเดินทางมาจึดนัดพบ เพื่อทวงถามและขอรับเงินชดใช้ แต่เจ้าของเพจพร้อมครอบครัว รวม 4 คน ได้พยายามขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายที่มาสมทบเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทางเจ้าของเพจและครอบครัวจึงได้พยายามขับรถหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายจึงได้ตรวจสอบทางโซเชียลมีเดีย จนพบว่าบ้านพักของเจ้าของเพจตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านอุดมสุข โดยมีบิดาเป็นทำงานข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้ขับรถพาเจ้าของเพจหลบหนีออกจากการปิดล้อมของกลุ่มผู้เสียหาย เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.

เบื้องต้น ทางดีเอสไอ ได้ให้กลุ่มผู้เสียหายนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไปยื่นร้องต่อศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข กระทรวงยุติธรรม ก่อนจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ้งคดีนี้เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง


แชร์ข่าวนี้