หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ ปลื้ม เด็กถือป้ายเชียร์ ถามนักเรียน บอกไม่อยากเป็นนายกฯ เพราะงานเยอะ

บิ๊กตู่ ปลื้ม เด็กถือป้ายเชียร์ ถามนักเรียน บอกไม่อยากเป็นนายกฯ เพราะงานเยอะ

395
แชร์ข่าวนี้

บิ๊กตู่ ปลื้ม เด็กถือป้ายเชียร์ ถามนักเรียน บอกไม่อยากเป็นนายกฯ เพราะงานเยอะ วอนอย่าขัดแย้งกันเอง

บิ๊กตู่ – เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณทุกคนที่แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาเมื่อบ่ายวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พร้อมนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ และคณะผู้บริหารจังหวัดเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์งานมะขามหวาน โดยหนูน้อยออเจ้า กล่าวข้อความที่เขียนในป้ายกับนายกฯว่า มะขามหวานคู่เมืองเพชรบูรณ์ ประเทศสงบสุขสมบูรณ์ เพราะลุงตู่

โดยนายกฯ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้ทุกคนต้องมีความสุข ประเทศสงบก็จะเกิดความสุขขึ้น รัฐบาลจะทำอะไรก็ต้องร่วมมือกัน ถ้า 2 อย่างนี้ไม่เกิดขึ้น การจะไปสู่ความสมบูรณ์ก็ไปไม่ได้ เชื่อตน วันนี้เรื่องภายนอก เราไม่ได้ขัดแย้งกับใครเลย หลายประเทศมีปัญหา แต่เราไม่มีปัญหา เหลือแต่ภายในของเรา ถ้าเราทำภายในของเราได้ เราจะเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง เราต้องใช้โอกาสที่เป็นวิกฤตให้ได้ด้วยสติปัญญาของเรามากกว่าจะขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกัน

ต่อมานายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษาและศิลปินดารา เข้าพบเพื่อมอบดอกกล้วยไม้ประจำวันครู โดยวันครูประจำปี 2563 ตรงกับวันที่ 16 ม.ค. นายกฯจะเป็นประธานเปิดงาน และมีครูของนายกฯ มาร่วมงานด้วย

จากนั้นนายกรกันต์ สุทธิโกเศศ ศิลปินนักร้อง ได้ติดดอกกล้วยไม้พร้อมมอบของที่ระลึก ซึ่งเป็นซีดีเพลงวันครู ให้กับนายกฯ โดยนายกฯ ถามว่ามีเพลงเก่าๆ และเพลงใหม่ๆ ใช่หรือไม่ ตนชอบเพลงเก่า เพลงใหม่ก็ชอบ ตนชอบทั้งคู่

ก่อนที่นายกฯ จะร้องเพลงแม่พิมพ์ของชาติ ของศินปิน วงจันทร์ ไพโรจน์ พร้อมกล่าวว่า แม่ตนก็เป็นครู ภรรยาตนก็เป็นครู จึงต้องปฏิบัติในระเบียบวินัย เพราะครูคนแรกของเด็กคือพ่อแม่ ครูคนที่สองก็คือที่โรงเรียน ถ้าครูทุกคนรักลูกศิษย์ มีการพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ คิดเป็นกระบวนการให้ได้ ท่องตำราอย่างเดียวบางทีทำงานลำบาก ในวันหน้าเวลาไปทำงานคิดไม่ออกไม่ก็ไม่พัฒนาตัวเอง คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาเขามีแต่ให้แนวทางปฏิบัติ เราก็ทำตาม จึงต้องมีความคิด วันหน้าเราต้องโตเป็นผู้ใหญ่เหมือนกัน ไม่ใช่ต้องเป็นลูกจ้างตลอดไป

นายกฯ กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เฉพาะในระบบอย่างเดียว เราต้องพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต เหมือนในค่ายทหาร ตนตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ถ้ามีเวลาก็ให้ทหารอ่านหนังสือ ท่องตำราตอนกลางคืนก่อนนอน แล้วไปสอบก็ยกระดับวุฒิการศึกษาขึ้นมา อะไรที่ดีๆ ก็ให้กำลังใจกัน ไม่เช่นนั้นก็แย่ไปหมด ไม่มีกำลังใจจะทำอะไรให้

จากนั้นนายกฯ ถามเด็กนักเรียนแต่ละคนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งอยากเป็นทหาร นายกฯ จึงกล่าวว่า ให้ออกกำลังกาย ให้เข้มแข็งมีกล้ามเนื้อ วิดพื้น ดึงข้อ ปีนต้นไม้ จะได้กล้าหาญ เป็นทหาร ไม่ได้สักแต่ว่าจะเป็น หรือใครก็เป็นได้ ถามว่าเป็นทหารแล้วไปรบท่ามกลางกระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ ตนเจอมาแล้ว ถึงเวลานั้นจะรู้ว่า มันจะเป็นทหารใช่หรือไม่ใช่ กล้าไปหรือเปล่า ก่อนที่นายกฯ จะถอนหายใจ พร้อมหันไปถามเด็กนักเรียนอีกคนว่า ไม่อยากเป็นนายกฯ บ้างหรือ ซึ่งเด็กนักเรียนบอกว่า ไม่ครับ เพราะงานเยอะ

นายกฯ กล่าวว่า ตอบเข้าท่าดี แต่ต้องสู้งาน นายกฯ ไม่เคยท้อแท้ งานยิ่งเยอะยิ่งต้องทำ ทำเพื่อคนอื่น อะไรก็ได้ที่ทำเพื่อคนอื่น ตัวเองได้ความภาคภูมิใจ ความสุขแค่นั้น ตนไม่ต้องการอย่างอื่น คิดแค่นี้ เพราะไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ถ้าได้มาเปล่าๆ ก็เหมือนการยื่นยาพิษให้กับพวกเรา ซึ่งไม่ถูกต้อง จะต้องออกแรงใช้ความคิดจึงจะได้สตางค์ ต้องเปลี่ยนตัวตนบ้าง ปีใหม่แล้ว ทุกคนรู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรถูกไม่ถูก อะไรทำเพื่อส่วนรวม อะไรทำเพื่อส่วนตัวแยกให้ออก ถ้าแยกกันไม่ออกก็จะมั่วกันอยู่แบบนี้


แชร์ข่าวนี้