หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดที่สุดวิกฤติปี 2563 สิ่งที่คนไทยต้องเจอ ใจสู้ จับเก้าอี้ให้แน่น วิ่งเข้าชน

เปิดที่สุดวิกฤติปี 2563 สิ่งที่คนไทยต้องเจอ ใจสู้ จับเก้าอี้ให้แน่น วิ่งเข้าชน

500
แชร์ข่าวนี้

ประเทศไทยปี 2562 หลายคนบอกว่า เผาหลอก แต่ปีหน้าเผาจริง! วลีนี้อาจไม่ใช้เสียแล้ว เพราะดูท่าแล้ว ปีนี้เผาจริง ปีหน้าเก็บกระดูก! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวย, มนุษย์เงินเดือน, พ่อค้าแม่ขาย, หรือเกษตรกร คุณทุกคนล้วนได้รับผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมทั้งสิ้น ไทยรัฐออนไลน์ พาคุณเดินทางข้ามกาลเวลา ไปส่องดูว่า ปี 2563 คุณต้องพบกับฝันร้ายอะไร?

เศรษฐกิจไทยปี 2563 : ปาดเหงื่อ จับเก้าอี้ให้แน่น

นายสุพันธุ์  มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ปี 2563 นักธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งรายเล็กรายใหญ่ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว, สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่มีผลต่อประเทศไทย, ค่าเงินบาทแข็งค่า เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งแก้ไข เพราะเวลานี้เงินต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาเพื่อลงทุน แต่เข้ามาพักเพื่อเอาดอกเบี้ย

ส่วนตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะเป็นเท่าไหร่นั้น นายสุพันธุ์ ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องรอการพิจารณาร่วมกับองค์กรภาคเอกชนอีกหลายฝ่าย

ด้าน นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร วิเคราะห์เศรษฐกิจปี 2563 ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนของประเทศไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเกิดดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างสูง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า

โดย 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนีค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินทั่วโลกพบว่า เงินบาทแข็งค่าถึง 20% จนสามารถเรียกได้ว่า “แข็งที่สุดในปฐพี” ซึ่งส่งผลให้สินค้าไทยที่ไปซื้อขายกับประเทศต่างๆ แพงขึ้นราว 20% และเป็นเหตุให้กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของนักลงทุน

ขณะที่ “การบริโภค” หรือกำลังซื้อในประเทศปีนี้อ่อนแอลง ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ยอดขายโตติดลบ จึงทำให้การบริโภคเติบโตลดลง ส่งผลไปยังยอดขายตามร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งสิ่งที่เป็นห่วง คือ เมื่อบริษัทเหล่านี้ลดกำลังผลิต สิ่งที่ตามมาก็คือ แรงงานได้รับผลกระทบเต็มๆ เช่น ลดโอที, ปรับลดพนักงาน, ให้หยุดงานมากขึ้น เพื่อจ่ายค่าจ้างน้อยลง, ข่าวปลดคนงานเริ่มถี่ขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจากปลายปีนี้สู่ต้นปีหน้า

แรงงานปี 2563 : งานหายากขึ้น พร้อมเผยเงินเดือนปีหน้า

MERCER (เมอร์เซอร์) บริษัทในเครือของ Marsh & McLennan Companies (NYSE: MMC) ผู้ให้บริการด้านความเสี่ยง กลยุทธ์และบุคลากร เผยแนวโน้มการเติบโตของอัตราการจ้างงานและเงินเดือนปี 2563

โดยตัวเลขและการคาดการณ์มาจากผลการสำรวจอัตราค่าตอบแทนและสวัสดิการ โดยปีนี้มีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการศึกษาเพิ่มเป็น 607 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย

โดยปี 2563 ตัวเลขคาดการณ์ขึ้นเงินเดือนของอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทยคงตัวอยู่ที่ 5% สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำที่ 1.1% (1.0% ในปี 2562) โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นเงินเดือนสูงสุด คือ อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่ 5.5% ขณะที่อุตสาหกรรมเคมีมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับเงินเดือนอยู่ที่ 5.2%

สำหรับแนวโน้มของการจ้างงานในประเทศไทยปี 2563 คาดว่า องค์กรต่างๆ มีแผนที่จะว่าจ้างงานอยู่ที่ 29% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน 31% ในปี 2562 จากอัตราที่คงที่ของการออกจากงานโดยสมัครใจ องค์กรส่วนมากจึงมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน

ดินฟ้า อากาศ ปี 2563 : น้ำแห้ง แล้งจัด!

ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ต้นปี 2563 เกษตรกรไทยมีโอกาสได้เจอภาวะภัยแล้ง ซึ่ง สสน. ได้ใช้ดัชนีสมุทรศาสตร์สร้างแบบจำลองวิเคราะห์สภาพอากาศ โดยพบว่า เอลนีโญมีโอกาสยาวนานไปถึงต้นปี 2563 ซึ่งเอลนีโญเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561

เมื่อถามว่า ปี 2563 ประเทศไทยจะแห้งแล้งขนาดไหน? ดร.สุทัศน์บอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าฤดูฝนปี 2562 จะมีพายุพัดเข้าประเทศไทยมาเติมน้ำในเขื่อนได้มากแค่ไหน

ขณะที่ ดร.ชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการน้ำ ระบุว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงก็คือ การเพาะปลูกพืชเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าวในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ฝนตกน้อย ดังนั้น จะเพาะปลูกได้เฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงชลประทานเท่านั้น

ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน หากชาวนาไม่ยอมลดพื้นที่ปลูกข้าว คาดการณ์ว่า ผลผลิตข้าวจะเสียหายแน่ เพราะได้รับผลกระทบร่วมจากปัญหาน้ำในเขื่อนน้อย


เมื่อรู้แล้วว่า ปี 2563 คุณต้องเผชิญกับอะไร
ขอให้รู้ไว้ ถ้าใจสู้ สองมือทำ
สักวันจะเป็นวันของคุณ!


แชร์ข่าวนี้