หน้าแรก การเมือง “คุณหญิงกัลยา” ถอดรหัสการศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่นักเรียนไทย ผ่าน 3 กลไก 5 นโยบาย 7 โครงการ สร้างคนรองรับศตวรรษที่...

“คุณหญิงกัลยา” ถอดรหัสการศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่นักเรียนไทย ผ่าน 3 กลไก 5 นโยบาย 7 โครงการ สร้างคนรองรับศตวรรษที่ 21

45
แชร์ข่าวนี้

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองกำกับดูแลงานในกระทรวงศึกษาธิการตามที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่เมื่อครั้งมาทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยฯ เป็นเวลากว่า 2 ปี ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความรู้ ความสามารถในการเร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทำงานคืบหน้าไปมากอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา เพราะต้องทำควบคู่กันทั้งทางด้านโครงสร้าง และการปฏิรูปไปสู่ตัวผู้เรียนโดยตรง เพื่อวางรากฐานการศึกษาไทย ให้สอดรับกับโลกในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง แต่ไม่เคยท้อถอยและมั่นคงในแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมาย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากมายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นตัวเร่งให้ทุกคนต้องปรับตัวในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เมื่อตนเองได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้กับผู้บริหารกระทรวงฯ ไปในทันที โดยในปี 2564 จะขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 3 กลไกหลัก คือ ความทันสมัย- เท่าเทียม- และยั่งยืน เพราะถือเป็นหัวใจในการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ

ส่วนการจะไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษ 21 อย่างแท้จริงนั้น จะต้องเร่งผลักดัน 5 นโยบายสำคัญ คือ เรื่องโค้ดดิ้ง เรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อร่วมสมัย เรื่องอาชีวะเกษตรและประมง และเรื่องนโยบายการศึกษาพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ

ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะ 7 โครงการเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย โครงการ “Coding for All ” เด็กไทยต้องได้เรียนโค้ดดิ้ง โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ โครงการการขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในกำกับ โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ โครงการที่นำเอานวัตกรรมมาใช้กับการเกษตรและประมง โครงการด้านการอ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย และโครงการการศึกษาพิเศษ การศึกษาไทยจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้