หน้าแรก การเมือง ยันยังไม่ล้มคดีรุกป่า 46 ไร่ ของ ส.ส.ปารีณา

ยันยังไม่ล้มคดีรุกป่า 46 ไร่ ของ ส.ส.ปารีณา

723
แชร์ข่าวนี้

“วิษณุ” เรียกกรมป่าไม้ ส.ป.ก. และกฤษฎีกา ถกที่ดิน “ปารีณา” ด้านอธิบดีกรมป่าไม้ ป้อง “วิษณุ” ให้ข้อมูลถูกต้อง พร้อมปฏิบัติตามความเห็นกฤษฎีกาทุกทาง ยันไม่เกี่ยวกับ 46 ไร่ที่แจ้งความไปก่อนหน้านี้ ด้าน “ธรรมนัส” ไม่กังวลพร้อมตอบคำถามในสภาฯ ส่วนเลขาฯ ส.ป.ก.ไม่มีอำนาจเอาผิดตามกฎหมาย ขณะที่ “บิ๊กตู่” ย้ำ ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก.ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

สังคมยังจับตามองปมปัญหาการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีพรรคพลังประชารัฐ ในพื้นที่เขาสนฟาร์ม หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กระทั่ง ส.ส.คนดังยอมคืนที่ดิน ส.ป.ก.รวม 682 ไร่ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณาได้เพราะคืนที่ดินให้รัฐแล้ว เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า ที่ดิน ส.ป.ก.คืนรัฐแล้วไม่ผิด พร้อมยกตัวอย่างกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี คืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้วก็จบกัน ทำให้หลายฝ่ายออกมาโต้รัฐบาลสั่งให้อุ้ม ส.ส.คนดังเต็มที่ เพราะเสียงปริ่มน้ำ

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะนำประเด็นการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ข้อเท็จจริงเลขาธิการ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว ไม่กังวลอะไรพร้อมชี้แจงในสภาฯ และไม่ใช่เฉพาะกรณี น.ส.ปารีณา แต่กรณีอื่นต้องถูกบังคับตามกฎหมายในมาตรฐานเดียวกันของ ส.ป.ก. ส่วนกระแสสังคมสะท้อนว่า รัฐบาลปกป้อง ส.ส.ในสังกัดของตัวเอง ต้องดูก่อนว่ากฎหมาย ส.ป.ก.มีหน้าที่อะไร ไปทำเกินพระราชกฤษฎีกา หรือ พ.ร.บ.ของ ส.ป.ก.ไม่ได้ มีหน้าที่แค่จัดสรรที่ดินที่ได้รับมอบให้เกษตรกร ไม่มีหน้าที่ย้อนความในอดีตของแต่ละคน แล้วมาดำเนินคดีอาญา เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ส.ป.ก.ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้นกรณีที่ประกาศแล้วจัดสรรแล้ว รวมถึงเข้าไปรังวัด ผู้ครอบครองขัดขืนไม่ให้รังวัดตรวจสอบแนวเขตของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. อันนั้นถือว่าสามารถเอาผิดได้ ขณะนี้ ส.ป.ก.ตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าที่ดินที่ น.ส.ปารีณาถือครองมีเนื้อที่ทั้งหมด 682 ไร่

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หากฝ่ายค้านจะนำประเด็นนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างว่าไปตามหลักการ ทุกฝ่ายต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายไม่อยากให้กังวลใจ สิ่งใดเป็นเรื่องทางกฎหมายขอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน พรรคพลังประชารัฐต้องดูแลลูกพรรคอยู่แล้ว พรรคต้องเป็นที่ให้คำแนะนำ ให้การสนับสนุน ให้กำลังใจเป็นเรื่องปกติ ในฐานะที่เราต้องดูแลทุกคนในพรรคอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาไม่เป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปตามหลักการและเหตุผล

ขณะที่นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า กรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอยืนยันอีกครั้งว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวมีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อปี พ.ศ.2554 น.ส.ปารีณาครอบครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2545 การครอบครองเกิดขึ้นก่อนการตราพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไม่ผิดฐานบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งนี้ อำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก. คือการรวบรวมที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูป เพื่อนำมาจัดให้กับเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรตามกฎหมาย ดังนั้นเมื่อ น.ส.ปารีณาส่งมอบที่ดินคืนให้กับ ส.ป.ก. ในส่วนของ ส.ป.ก.จึงสิ้นสุดลง

นายวิณะโรจน์กล่าวอีกว่า แม้จะไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่อาจเป็นความผิดตามกฎหมายอื่น อาทิ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่กฎหมายดังกล่าวมิได้อยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. แต่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมที่ดินและกรมป่าไม้ ดังนั้น กรมที่ดินและกรมป่าไม้ต้องไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป มิได้เป็นการช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง เพียงแต่ ส.ป.ก.ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

นายชลธิศ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะอดีตประธานคณะทำงานแก้ไขและบรรเทาการบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยง เปิดเผยว่า กรณีของเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ นั้น ภาคประชาชนแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าตั้งแต่ก่อนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จะมีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ร่วมดำเนินการเรื่อยมา จนอัยการสีคิ้วมีคำสั่งไม่ฟ้อง เพราะเห็นว่าขาดเจตนา จากนั้นเรื่องมาถึงส่วนกลาง และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ขึ้นมา ตนในฐานะประธานคณะทำงานฯ ดำเนินการในเรื่องการไปรับคืนพื้นที่ พล.อ.สุรยุทธ์เป็นฝ่ายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่เอง สำหรับกรณีการตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณานั้น ตนคิดว่าเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมป่าไม้ พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่ดินเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์นั้น ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ยื่นใบ ภ.บ.ท.5 เป็นหลักฐานในการครอบครอง มีนายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว ทนายความ มีบทบาทในการร่วมต่อสู้เรื่องสิทธิทำกินกับองค์กรชาวบ้านในเขตภาคอีสานร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์กับพวกในข้อหาบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าเขายายเที่ยง ต่อมาปี 2552 อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง พล.อ.สุรยุทธ์ในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ เนื่องจากไม่มีเจตนากระทำผิดกฎหมาย และส่งเรื่องให้กระทรวงทรัพยากรฯ ดำเนินการต่อกรมป่าไม้และ กรมอุทยานฯ สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า พล.อ.สุรยุทธ์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินบนเขายาย–เที่ยง ต้องออกจากพื้นที่ดังกล่าว และรื้อถอนทรัพย์สินออกให้หมด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อรรถพล กับ ปารีณา

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชิญนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าหารือถึงกรณีปมการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ จากนั้นนายอรรถพลกล่าวว่า คณะทำงานกรมป่าไม้หารือกับคณะทำงานของ ส.ป.ก. เรื่องสถานภาพพื้นที่ของ น.ส.ปารีณา นายวิษณุเชิญมาหารือในข้อกฎหมาย ก่อนหน้านี้ นายวิษณุให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน แต่อาจมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรง เพราะนายวิษณุพูดถึงประเด็นคืนพื้นที่ พร้อมกับต้องพิจารณาว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสถานภาพเดิมเป็นไปตามกฎหมายใด ต้องว่าไปตามกฎหมายนั้น ขณะนี้มี 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ คือ 1.ต้องดูคำจำกัดความ หรือการพิจารณาให้ได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเข้าไปดำเนินกิจกรรมจัดที่ดินตามกฎหมายใด 2.หากกระทำความผิด หรือสถานภาพกลับมาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เดิมคือพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ควรต้องดำเนินคดีอย่างไร และ 3.เมื่อมีการดำเนินคดี หน่วยงานไหนต้องเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ ขณะนี้ได้ข้อยุติพอสมควร แต่คงไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผย ขอให้ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาก่อนแล้วจะได้ข้อยุติ

เมื่อถามว่า จะรวมพื้นที่ 46 ไร่ ที่กรมป่าไม้เคยแจ้งความดำเนินคดีอาญาหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า พื้นที่ 46 ไร่ดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่เกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เพราะถือเป็นความผิดฐานเดิม การหารือกันครั้งนี้ เฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีของ น.ส.ปารีณาแตกต่างจากกรณีชาวบ้านทั่วไปที่กระทำแล้วมีความผิดอย่างไร นายอรรถพลกล่าวว่า ถือเป็นคนละรูปแบบ เพราะชาวบ้านที่เขาไปบุกรุก ต้องถามว่าบุกรุกแบบไหน ส่วนใหญ่ที่เข้าไปดำเนินการคือบุกรุกใหม่ และชาวบ้านไปบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. ไม่เคยดำเนินการ อีกทั้งกรมป่าไม้เองรับผิดชอบเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวกับพื้นที่ ส.ป.ก.

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการถือครองที่ดินตาม ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก. ของนักการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ทุกอย่างทั้งการถือครอง ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก. ต้องเป็นไปตามหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยพื้นฐานของกฎหมายมาตรา 44 ไม่ได้เสียหายอะไร เคยบอกว่าอย่าใช้คำว่าทวงคืนได้ไหม ใช้อย่างอื่นได้ไหม วันนี้ถ้าไม่มีตรงนี้ออกมา ในตอนนั้นจากการบุกรุกป่าเกิดขึ้นเป็นแสนไร่ แต่ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณหมื่นไร่ หรือน้อยกว่านั้น เพราะมาตรการเหล่านี้ยังอยู่ แต่ปัญหาต่อไปคือต้องดูว่าเมื่อยึดมาแล้ว จะนำพื้นที่ไปทำอะไรเป็นประเด็นอยู่ในสังคม สั่งให้ไปดูอยู่ว่ามีอีกกี่ราย เอารายอื่นมาดูด้วยเพื่อเปรียบเทียบ เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ชัดเจน แต่ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยกฎหมายทั้งหมด วันนี้เอาพื้นที่ป่าคืนมาได้แล้ว ขณะนี้มีป่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนกว่าไร่ เอาพื้นที่ป่ามาแล้ว 7 แสนกว่าไร่ ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนทั้งหมดที่ผิดกฎหมาย

ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สมาคมออกแถลงการณ์เรื่อง “วิษณุไม่ใช่ศาล : กฎหมายต้องมีหลักเดียว คือทำผิดแล้วต้องถูกลงโทษ ไม่เลือกปฏิบัติ” ระบุว่า สมาคมขอคัดค้านแนวคิดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุถึงเรื่องฉาวการครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย 1,706 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลัง–ประชารัฐ ว่าที่ดิน ส.ป.ก.ที่ตอนไปเอามานั้นไม่ผิด เพราะถือครองไม่ได้ เมื่อถือครองไม่ได้ก็คืน แต่บางพื้นที่ตอนไปเอามานั้นผิด ดังนั้น เมื่อคืนไปความผิดสำเร็จกฎหมายแต่ละเรื่องไม่ได้ยึดหลักเดียวกันหมด และขอยืนยันในหลักการทางกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ยกเว้นแต่จะมีนักกฎหมายที่เป็นไม้หลักปักขี้เลนเท่านั้น พยานหลักฐานทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ปารีณาล้วนสอดคล้องต้องกันว่าเป็นผู้ยึดถือครอบครองที่ดินรัฐทั้ง ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก. ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ตามกฎกระทรวง ฉ.1069 (พ.ศ.2527) ออกตามความ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ผู้ใดยึดถือครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาช่วงเย็น วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ที่ น.ส.ปารีณา ส่งมอบคืนให้เจ้าหน้าที่รัฐ พบว่าเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ราชบุรี นำป้ายประกาศไปติดบริเวณด้านหน้าประตูฟาร์มไก่ มีข้อความว่า “ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ที่ดินแปลงนี้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงขอประกาศเพื่อทราบโดยทั่วกันดังนี้ 1.ห้ามบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดิน 2.ห้ามขนย้ายวัสดุสิ่งของ หรือทรัพย์สินใดๆออกนอกบริเวณพื้นที่ ยกเว้นเป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.ก่อนเท่านั้น ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี”

ขณะที่ น.ส.ปราณี นำพา อายุ 49 ปี และนายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร สว. (สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.กระทรวงคมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง รวม 30 ไร่ เข้ามาปักรั้วและปลูกต้นมะพร้าวในพื้นที่ของนายเสี้ยว เมื่อสอบถามไปยังนายทวี ไม่ยอมมาดำเนินการแก้ไข


แชร์ข่าวนี้